เป็นรู้ดีกันอยู่แล้วว่า...ภารกิจแต่ละวัน

ของเจ้าของธุรกิจ SMEs มีมากมายมหาศาล...

ที่ตัวเจ้าของต้องเองแทบจะทุกตำแหน่งในบริษัทฯ...

เผลอๆวันไหนแม่บ้านลาป่วย...

มีสิทธิ์ได้ล้างห้องน้ำกันมั่ง...

คำถามคือ...ถ้าภาระมากมายขนาดนี้...

ตัวเจ้าของต้องโฟกัสในเรื่องไหนก่อน...

ผมมีกรอบความคิดเลยอยากจะแชร์ให้ฟังเป็นประมาณนี้...

เริ่มตันด้วยคำถามที่ว่า...เราเปิดกิจการนี้ด้วยวัตถุประสงค์อะไร??

ถ้าคำตอบแรกคือ...ทำเพื่อความสุข...

บริษัทฯจะเจ๊งก็ไม่เป็นไร...ก็ตัวเองรวยอยู่แล้วไม่เดือดร้อน...

แนะนำให้ลืมๆบทความนี้ไป...

แล้วไปหาความสุขต่อ...

แต่ถ้าคำตอบคือ...เราต้องการกำไร...

คำถามที่ตามมาก็คือ...แล้ว “กำไร” ที่ว่ามันมีที่มาจากไหนกันละ...

คำตอบง่ายๆก็คือ...

เราต้องมี “รายได้” ให้มากกว่า “รายจ่าย”...

เพราะฉะนั้น...งานอย่างแรกที่เจ้าของธุรกิจ...

จำเป็นต้องให้ความสนใจเป็นเรื่องแรกก็คือ...

การบริหาร “รายได้”...ให้มากกว่า “รายจ่าย”....

อะไรที่ส่งผลโดยตรงกับทั้ง 2 ปัจจัยนี้...

เราก็ต้องโฟกัส...ให้ความสนใจ...

โดยจะต้องทำอย่าง “สม่ำเสมอทุกวัน”...

มาว่ากันทีละปัจจัย...

เราจะรู้ได้อย่างไรว่า...ตอนนี้เรามีรายได้เท่าไรในแต่ละวัน...

มันก็เลยหนีไม่พ้นที่จะต้องดูตัวเลขยอดขายเป็นอันดับแรก...

พอตื่นเช้ามาก่อนที่จะไปส่องเฟซชาวบ้าน...

ให้เปิดคอมพ์หรือจะเป็นโทรศัพท์มือถือก็แล้วแต่...

ขอให้ดูตัวเลขเหล่านี้ก่อน...อย่างเช่น...

ภาษาทางเทคนิคเรียกว่า Month to date sales...

หรือ MTD sales....

แล้วเมื่อเทียบกับเป้าขาย...ตอนนี้เราได้กี่ % แล้ว...

ว่ามีลูกค้าไหนบ้างที่ซื้อสินค้าเราไปบ้าง...

หรือถ้ามีจำนวนเยอะมากในแต่ละวัน...

ก็ลองสุ่มเชคซัก 20-30%....

ถ้าดูบ่อยๆทุกวัน...ก็จะเริ่มเห็น “ความผิดปรกติ” เอง...

จะได้รู้ว่า...สินค้าตัวไหนขายดี...แล้วสต๊อกจะพอหรือไม่...

สินค้าตัวที่กำไรสูง...ได้ออกบิลขายบ้างหรือเปล่า...

มีลูกค้ารายใหญ่ๆบ้างหรือไม่...

แล้วย้อนกลับไปดูว่าเมื่อรอบที่แล้ว...เขาซื้อสินค้าอะไรไปบ้าง....

แนะนำอย่างยิ่งเลยว่า...ตัวเลขทั้ง 4-5 ตัวนี้...

จะต้องอยู่ในหัวของเจ้าของตลอดเวลา...

พอปลายเดือน...ให้ดูตัวเลขยอดขายเพ่ิมเติม...อย่างเช่น...

ยอดขายรวมสะสมตั้งแต่ต้นปี...

จนถึงเดือนนี้เราขายได้กี่เปอร์เซ็นต์ของเป้ารวมสะสมตั้งแต่ต้นปี...

และเป้าเดือนหน้าเป็นเท่าไร...ขาดเหลือมากน้อยขนาดไหน...

เพื่อวางแผน...หรือทำPromotion เพื่อชดเชยตัวเลขที่ขาดไป...

ของสินค้าแต่ละ SKU เมื่อเทียบกับเป้าสะสมตั้งแต่ต้นปี...

เพื่อดูว่ากำไรของสินค้าแต่ละตัวเป็นเท่าไร...

กำไรโดยรวมของบริษัทฯเป็นเท่าไร...

สินค้าตัวไหนกำไรต่ำกว่ามาตรฐานต้องจัดการอย่างไร...

สินค้าตัวไหนกำไรสูงเกินไป...ถ้าเราลดราคาขายซักหน่อย....

ยอดขายจะเพิ่มขึ้นหรือไม่...เพื่อกำไรโดยรวมที่เป็นเม็ดเงิน...

จะได้เพ่ิมมากขึ้นด้วย....

ดูว่าที่เราขายเขาไปนั้น...

พอหักค่าใช้จ่ายทั้งหมดแล้ว...เรายังมีกำไรเหลืออยู่เท่าไร...

ลูกค้าบางรายยอดขายสูงก็จริง...

แต่พอเปิดขายจริงๆ...กำไรอาจจะหดถึงขั้นขาดทุนก็ได้...

คราวนี้ย้ายมาดูตัวเลขที่สำคัญๆ...ฝั่งทางด้านบัญชี...

ซึ่งจะดูเรื่องสำคัญ 2 เรื่อง...

เรื่องแรก...การเก็บเงินจากลูกค้า...

เรียกย่อๆว่า “AR” (Account Receivable)…

และเรื่องที่สอง...เรื่องของการจ่ายเงิน...

ให้กับบรรดาเจ้าหนี้ต่างๆของเรา...

หรือที่เรียกว่า “AP” (Account Payable)…

เลยอยากจะแนะนำให้ดูเบื้องต้นประมาณนี้...

วิธีการก็คือ....เอายอดเก็บเงินรวมในวันนั้น...

มาเปรียบเทียบกับยอดเก็บเงินจริงว่า....

เราเก็บได้ครบจำนวนหรือไม่....

ซึ่งตรงนี้มีข้อควรระวังนิดหน่อยก็คือ...

อย่าดูเฉพาะยอดรวมอย่างเดียว...

บางวันอาจต้องมีการตรวจสอบดูว่า...

แม้ยอดที่เก็บได้จะใกล้เคียงหรือเท่ากับ...

ยอดครบกำหนดชำระในวันนั้นก็ตาม...

แต่ให้ไปดูรายละเอียดว่าเงินยอดแต่ละอันนั้น...

เกิดจากลูกค้านั้นจริงหรือไม่...

เพื่อป้องกันการทุจริตจากคนภายในบริษัทฯครับ...

ตอนนี้เรามีตังค์อยู่ในบัญชีเท่าไร....

ถ้าให้ดีควรจะให้ทีมฝ่ายบัญชี...

ช่วยประมาณการให้หน่อยว่า...

ในอีก 7 หรือ 15 วันข้างหน้า...

เราจะมีเงินสดหมุนเวียนประมาณเท่าไร...

ถ้าตังค์ไม่พอจ่าย...จะได้หาวิธีการแก้ไขไว้ซะแต่เนิ่นๆ...

ซึ่งตรงนี้จะเป็นส่วนหนึ่งในรายงานตัวเลข Cash Flow...

ตอนที่เจ้าหน้าที่ฝ่ายบัญชีเขาตัดเงินออกจากระบบ....

มันมีเงินเข้ามาจริงๆหรือไม่...

วิธีการก็คือ...เรียกเอา Statement ของธนาคารขึ้นมา...

เพื่อเปรียบเทียบกับบัญชีลูกหนี้ที่ตัดออกไป...

มันต้องเท่ากันเป๊ะๆ....

อันนี้ต้องระวังให้ดี...

บัญชีลูกหนี้อาจถูกตัดไปจากระบบแล้ว...

แต่เงินไม่ได้เข้าบริษัทฯ....

อาจจะไปเข้ากระเป๋าใครบางคน...

ผมเคยโดนมาแล้วครับ...ขอบอก...

เจ็บปวดใจอย่างแรง...

บทความทั้งหมดนี้ไม่มีลิขสิทธิ์

สามารถเผยแพร่ได้ตามสะดวกครับ

81161513_755044594995797_3593804015093153792_o

-บุ้ง ดีดติ่งหู-

Marketing & Sales Consultant

The Underdog marketing

Fanpage: บุ้ง ดีดติ่งหู

LINE ID: wichawut_boong 

email: wichawut@gmail.com

website: www.underdog.run

Mobile: 089-7991949

#บุ้ง #ดีด #วิชาวุธ #ดีดติ่งหู

#ต่ิง #มาร์เก็ตติ้งสุดติ่ง

#underdog

#ที่ปรึกษาบุ้ง

#การดูรีพอร์ท

#Reporting

#report

จุดประกายไอเดียทางการตลาดและการขาย

สมัครรับข่าวสาร

© สงวนลิขสิทธิ์ 2018-2021 Underdog Marketing
นโยบายความเป็นส่วนตัว
crossmenu

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า