ด้วยอาชีพการเป็นที่ปรึกษาการตลาดและการขาย...

ทำให้ผมมีโอกาสทำงานในหลายๆบริษัท...

ในช่วงเวลาเดียวกัน...

เล็กบ้าง ใหญ่บ้าง... ปนๆกันไป

แต่ส่วนใหญ่ลูกค้าผม...

มักจะเป็นธุรกิจขนาด SMEs ครับ...

บางรายก็ประสบความสำเร็จอย่างงดงาม...

ยอดขายพุ่งทะยาน...

จากตัวเลขติดลบ...

กลายเป็นบวกในเวลาไม่กี่เดือน...

บางรายยังคงต้องวิ่งแลกเช็ค...

เพื่อหาเงินมาหมุนมาเป็นค่าใช้จ่าย...

แทบจะเดือนชนเดือน...

ผมมีข้อสังเกตุอย่างหนึ่ง...

ที่เป็นปัจจัยในการ..แยก...ลูกค้า

ที่ประสบความสำเร็จ...

กับลูกค้าที่ต้องต่อสู้ดิ้น รนอย่างหนัก...

เพื่อเอาตัวรอดในสมรภูมิธุรกิจที่โหดเหี้ยม...

ปัจจัยที่ว่าคือ...การบริหารต้นทุนครับ...

ซึ่งต้นทุนพื้นฐานที่เหล่าธุรกิจอย่างเราๆท่านๆ...

ที่ผมอยากจะเล่าให้ฟังในตอนนี้...

จะมีอยู่ด้วยกัน 2 ตัวหลักๆคือ...

ต้นทุนสินค้า...และต้นทุนบริหาร

 

“ต้นทุนสินค้า” ก็อย่างเช่น...

ค่าซื้อวัตถุดิบที่จะเอามาผลิตสินค้า...

ค่าแพคแกจจิ้ง....ค่าขนส่งสินค้า...เป็นต้น...

ซึ่งตรงนี้ผมว่าถ้าเราเป็น SMEs ตัวเล็กๆ...

ผมว่าโอกาสที่จะไปต่อรองราคา..

กับซัพพลายเออร์...ก็คงจะน้อยเต็มที....

เพราะเราซื้อวัตถุดิบจากเขาน้อยนี่..

ทำอย่างไรได้...

 

ดังนั้นต้นทุนตรงนี้...

จะลดได้ต่อเมื่อเราสามารถขายสินค้าได้มากขึ้น...

จนทำให้เราสามารถเจรจาหรือบีบซัพพลายเออร์...

เพื่อลดราคาค่าวัตถุดิบให้เราได้...

หรือเมื่อเราผลิตมากขึ้นจนถึงระดับหนึ่ง

จนทำให้เกิดการประหยัดเชิงขนาด...

หรือที่เรียกตามศัพท์เทคนิคว่า...

“อีโคโนมี่ออฟสเกล” (Economy of scale)…

คราวนี้มาดูต้นทุนอีกประเภทหนึ่ง...

 

ที่เรียกว่า “ต้นทุนบริหาร”...

บอกได้เลยครับว่า...SMEs ที่ประสบความสำเร็จ...

ต้นทุนตัวนี้จะต่ำสุดๆ...

แล้วต้นทุนที่ว่าก็อย่างเช่น...

ค่าจ้าง...ค่าน้ำค่าไฟ...

ค่าโทรศัพท์...ค่าเช่าออฟฟิศ...

ค่าผ่อนรถยนต์ผู้บริหาร...ฯลฯ

SMEs…บางท่านที่ผมไปทำงานด้วย...

ไม่มีออฟฟิศหรูหรา...

ใช้ที่บ้านเป็นทั้งที่ทำงาน...โรงงาน...

โกดังเก็บสินค้า...เป็นที่เดียวกันทั้งหมด...

คุณแม่บ้านพอทำความสะอาดในเสร็จเรียบร้อย...

ก็มาทำงานในโกดังต่อ...

ในทางกลับกันก็มี SMEs หลายรายเหมือนกัน...

ที่ผมได้เข้าไปช่วยฟื้นฟูธุรกิจ...

แล้วสาเหตุที่ทำให้ตัวเลขในบัญชีติดลบ...

ส่วนใหญ่ก็มาจากต้นทุนบริหารนี่แหละ..

ก็มันสูงเกินกว่ารายได้ที่เข้ามามาก...

มันก็เลยทำให้ธุรกิจมันเดินต่อไปลำบาก...

บางรายก็ไปกู้ธนาคาร...

เพื่อจะเอาเงินมาซื้อออฟฟิศใหม่...

ใหญ่โตหรูหราสวยงามมาก...

โชว์ลูกค้าได้...แต่เงินในบัญชีติดลบ...

ผิดกับสมัยก่อนที่ใช้บ้านตัวเองเป็นที่ทำงาน...

แม้ไม่หรูหราแต่ก็มีเงินเก็บ...

มีเงินซื้อวัตถุดิบมาผลิตสินค้าได้ต่อเนื่อง...

คราวนี้พออยากจะขยายกิจการ...

โดยคิดไปเองว่า...พอมีตึกรามใหญ่โตขึ้น...

ลูกค้าเขาก็จะเชื่อมั่นมากขึ้น...

โอกาสที่จะได้ออเดอร์ก็มากขึ้น...

ผมว่ากรณีนี้ก็เป็นไปได้ครับ...

แต่ตัวท่านเองตอบประเมินตัวเองให้แน่ใจก่อนว่า

ระหว่างลูกค้าที่เขา “อาจจะ”....

มีความเชื่อมั่นในตัวบริษัทฯมากขึ้น....

เมื่อเทียบกับภาระหนี้สิน

ที่ท่าน “ต้อง”แบกเพิ่มขึ้นทุกเดือน...

โดยที่ไม่มีอะไรมาทำให้ท่านแน่ใจว่า

ท่านจะมีรายได้เพิ่มมากขึ้น...

ระหว่างคำว่า “อาจจะ” กับคำว่า “ต้อง”....

ท่าน “ต้อง” ตัดสินใจเอาเองแล้วกันละครับ...

บทความจาก website นี้ทั้งหมด...

ไม่มีลิขสิทธิ์..เผยแพร่ได้ตามสะดวกเลยครับ

-บุ้ง ดีดต่ิงหู-

Marketing&Sales Consultant

The Underdog Marketing

Line id: wichawut_boong

email: [email protected]

Mobile: 089-7991949

จุดประกายไอเดียทางการตลาดและการขาย

สมัครรับข่าวสาร

© สงวนลิขสิทธิ์ 2018-2024 Underdog Marketing
นโยบายความเป็นส่วนตัว
crossmenu

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า