ออกตลาดแล้วควรดูอะไร ตอนที่ 4

ตอนที่กำลังเขียนต้นฉบับนี้...
ซึ่งเป็นตอนที่ 4...
ผมกำลังเดินท่องเที่ยว
อยู่ที่มหานคร “ฉงชิ่ง”...ประเทศจีน...
เห็นท่าไม่ดี...ขืนทิ้งไว้นานจากตอนแล้ว...
กลัวท่านแฟนเพจ...จะเบื่อคอยซะก่อน...

จะว่าไปจะลองดูด้วยว่า...
เด๊ยวนี้ทางประเทศจีน...
เขายังห้ามคนเล่น Facebook อะเปล่า...
เลยกะโพสต์มาจากเมืองจีนซะเลย...
============================
5 หัวข้อหลักๆ เวลาทำ Market Visit

1. Current Operation
2. Fulfillment
3. Market Opportunity
4. Communication / Advertising
5.Shopper Behavior / Consumer Behavior
================================

4. Communication / Advertising
เวลาที่ท่านเจ้าของกิจการ...
หรือผู้บริหารเวลาไปออกตลาด...
แนะนำอย่าลืมไปดูเรื่องของ...
การสื่อสารการตลาด...
หรือการโฆษณาของเราด้วยว่า...
มันไปถึงกลุ่มเป้าหมายของเรามั๊ย...

อย่างแรก...การโฆษณาที่ใช้ “สื่อ”...
หรือศัพท์ที่เขาใช้คำว่า Mass Media...
ก็เป็นพวก โทรทัศน์..วิทยุ...
หรือสื่อสมัยก็ประเภท Youtube, Facebook...
วิธีการตรวจสอบก็ง่ายๆ...
ใช้วิธีการ “ถาม”...

ถามใคร...
คนแรกก็คือ...ถามเจ้าของร้านว่า...
เคยเห็น หรือเคยได้ยินโฆษณาตัวนี้แล้วหรือยัง...
เพราะเมื่อยุคสมัยเปลี่ยนไป...
เจ้าของร้านในยุคนี้...
อาจจะไม่เคยเปิดโทรทัศน์มานานแล้วก็ได้...
เปิดแต่ Social Media...
==============================
ผมแนะนำว่า...
เมื่อเวลาออกตลาด...
เราควรจะ download หนังโฆษณา...
มาเก็บไว้ในมือถือ...หรือ iPad ของเรา...
ถ้าเจ้าของร้านเขาไ่ม่เคยดู...
ทั้งสื่อดั้งเดิม (ทีวี,วิทยุ)...
หรือแม้กระทั้งจาก Social Media...
เราก็สามารถเปิดให้เขาดูได้ทันที...

ที่แนะนำให้ download มาเก็บไว้ก่อน...
เพราะเราไว้วางใจไม่ได้ครับว่า...
พื้นที่ที่เราออกตลาดนั้น...
มันมีสัญญาณ Internet หรือเปล่า...

อีกอย่างหนึ่ง...
มันไม่มืออาชีพเลยที่...
เวลาเปิด youtube ให้ดู...
แล้วเรามายืนลุ้นว่าที่หน้าจอ...
มันหมุนติ้วๆๆ นั้น...
หนังของเรามันจะขึ้นมาให้ดูอะเปล่า...

ถ้ามีเวลาอีกหน่อย...
ตอนที่เราอยู่ในร้าน...
ถ้ามีผู้บริโภคเวียนเข้ามาซื้อของในร้าน...
ก็เอ่ยปากถามเขาซักหน่อยครับ...
============================
แต่มีเทคนิคอยู่นิดหน่อย...
ถ้าเรามั่นใจว่าหนังโฆษณาของเรา...
มัน “ดัง” พอ...
เราก็ถามใกล้ๆตัวเจ้าของร้าน...
เขาจะได้มั่นใจว่าสินค้าเรามีโฆษณา...

แต่ถ้าไม่มั่นใจ...
แนะนำให้ถามไกลๆหน่อยก็ดี...
เผื่อ “หน้าแตก”...
===========================
อย่างที่สองบริษัทฯขนาด SMEs...
หรือบรรดาเหล่า Underdog...
อย่างเราๆท่านๆ...
จำเป็นอย่างยิ่งที่เข้าไปดู...
มากกว่าสื่อโฆษณาที่เป็น Mass Media...

นั่นก็คือ..สื่อโฆษณา ณ จุดขาย...
หรือที่เรียกว่า POSM...
อ่านว่า พีโอเอสเอ็ม...อ่านทีละตัว...
ไม่ใช่จะพยายามอ่านว่า “โพซึ่ม” นะครับ...
ฮ่าฮ่าฮ่า...

“POSM” คำนี้ย่อมาจากคำว่า....
Point Of Sales Materials…
=============================
ทำไมผมจึงบอกว่าสื่อนี้...
สำคัญกว่า Mass Media...
เพราะพวกเราชาว SMEs....
คงจะมีตังค์ไม่พอที่จะซื้อโฆษณาทางทีวีอะครับ...
ถึงมีตังค์ซื้อ...ก็ไม่ควรซื้อ...
เพราะถ้าเงินไม่ถึงจริง...
ขืนยิงไปก็หายหมดครับ....

สื่อประเภทนี้มีอะไรบ้าง...

“Shelf Talker”…
มันจะเป็นแถบยาวๆ...
ที่คาดอยู่บนชั้นโชว์สินค้า...

“wobbler”…
ตัวเด้งดึ๊งๆ...
ที่ติดอยู่ตามตัว หรือชั้นโชว์สินค้า...

POSM ประเภทนี้...
SMEs สามารถทำได้เองง่ายๆครับ...
ก็แค่ปริ๊นสีตัวช้ินงานออกมา...
แล้วลงทุนซื้อเครื่องเคลือบพลาสติกมาซักตัว...
ตอนนี้ตัวหนึ่งเอาที่พอใช้งานได้...
ราคาไม่เกินสองพันบาท...
แล้วไปหาซื้อแผ่นพลาสติกใสตามร้านเครื่องเขียน...
เอามาตัดเป็นเส้นๆ...
แล้วประกอบร่างเข้าด้วยกัน...
แค่นี้เราก็ได้ POSM...
ต้นทุนไม่กี่บาทมาใช้แล้ว...

“X-Stand”…
ป้ายโฆษณาที่มีโครงด้านหลังเป็นตัว “X”...
ตอนนี้โครงที่ว่านำเข้าจากจีน...
หาซื้อได้จากในเนท...
หลังจากนั้นก็พิมพ์แผ่นโฆษณาออกมา...
ตามขนาดของโครงที่เราซื้อมา...
เบ็ดเสร็จทั้งอัน...
ผมเคยทำตัวละสามร้อยกว่าบาท...
รวมหมดทั้งโครง...ทั้งป้าย...
===========================
ยังไงก็ตามนะครับ...
แม้เราจะมีเงินทำ POSM ที่ว่า...
สิ่งที่สำคัญกว่าก็คือ...
เนื้อหาที่เราเอาไว้ “กระชากใจ” คนซื้อครับ...
ซึ่งตรงนี้แหละคือ...
มัมคือ “หัวใจ”​ของการโฆษณา ณ จุดขาย...

เพิ่มเติมอีกหน่อยว่า...
ไหนๆไปแล้ว...
ก็อย่าดูเฉพาะของเราอย่างเดียว...
ให้ดูของชาวบ้านชาวช่องเขาด้วย...

แต่เฉพาะของเราอาจต้อง...
ละเอียดกว่านิดหน่อย...

นั่นคือ...ต้องไปครอสเชคว่า...
เนื้อหาที่เราใช้อยู่นั้น...
มัน “โดน” หรือเปล่า...
มันเข้าใจยากมั๊ย...
มันสื่อสารผิดไปทางอื่นหรือเปล่า...

เพราะฉะนั้น...
คนตังค์น้อยอย่างเราๆท่านๆ...
ทางที่ดีในการทำ POSM...
ก็ควรทำน้อยๆ...ลองดูก่อน...
==========================
ถ้า “โดน” ค่อยขยาย...
แต่ถ้า “ไม่โดน”....
วิธีการแก้ก็ง่ายๆครับ...

ก็“ทำใหม่”...
ก็แค่นั้นครับ...ฮ่าฮ่าฮ่า...
=========================
หมายเหตุ: คำอธิบายภาพ...
ภาพนี้เป็น POSM ที่เราลองทำครับ...

ตอนนั้นกำลังจะขยายตลาด...
โคนไอติมที่ทำจากวาฟเฟิล...
โดยมุ่งสู่ตลาด "ไอติมรถเข็น"...

แต่จากการออกตลาดครั้งแรก...
คำว่า “วาฟเฟิล”เรียกยากเหลือเกิน...
สำหรับผู้บริโภค...
เราเลยคิด “ชื่อเล่น” ให้ใหม่...
แล้วติดที่รถขายไอติมซะเลย...

“โคนไฮโซ”...
คือชื่อเล่นที่ "แว่บ" เข้ามาในสมอง...
ชื่อนี้...เวิร์คหรือเปล่าก็ไม่รู้เหมือนกัน...
ต้องออกตลาดไปเช็คซะหน่อยแล้ว...

======================
ถ้าเราคิดผิด...ก็แก้โดย...
“ลองทำดูใหม่”ครับ...
======================

แล้วพบกันใหม่...
ในตอนที่ 5 สำหรับซีรีย์นี้ครับ...

หมายเหตุ: บทความนี้ไม่มีลิขสิทธิ์...
สามารถเผยแพร่ได้ตามสะดวกเลยครับ...

-บุ้ง ดีดติ่งหู-
Marketing&Sales Consultant
The Underdog Marketing
18 มีค. 61

จุดประกายไอเดียทางการตลาดและการขาย

สมัครรับข่าวสาร

© สงวนลิขสิทธิ์ 2018-2021 Underdog Marketing
crossmenu